สวนครูเมิน จำหน่ายกิ่งพันธุ์ มะปรางหวาน มะยงชิด Tel. 087-9133075

Articles - มะปราง


ลักษณะทางพฤษศาสตร์ของมะปราง มะปรางเป็นไม้ผลเมืองร้อนไม่มีการผลัดใบคือ จะมีใบสีเขียวตลอดทั้งปี มีชื่อสามัญว่า Marian plum

ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Boueaburmanica Griff ตระกูลเดียวกันมะม่วง มะกอก คือ ตระกูลAmacardiaceae มีถิ่นกำเนิดทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ พม่า ไทย ลาว และมาเลเซีย ส่วนต่างๆ ของมะปรางมีลักษณะดังนี้ ลำต้น มะปรางเป็นไม้ผลที่มีทรงต้นค่อนข้างแหลมถึงทรงกระบอกมีกิ่งก้านสาขาค่อนข้างทึบ ทรงต้นมีขนาดสูงปานกลาง-ใหญ่ ประมาณ 15-30 เมตร มีระบบรากแก้วเข็งแรง จึงทนอยู่ในสภาพที่แห้งแล้งได้ดี ใบ มะปรางเป็นไม้ผลที่มีใบมากแน่นทึบ ใบคล้ายใบมะม่วงแต่มีขนาดเล็กกว่า และใบเรียวยาว ขนาดใบโดยเฉลี่ยกว้าง 3.5 เซนติเมตร ยาว 14 เซนติเมตร ใบจะเกิดเป็นคู่อยู่ตรงกันข้าม ขอบใบเรียบแผ่นใบเหนียว ใบอ่อนที่แตกออกมาใหม่ๆ จะมีสีม่วงแดง มีเส้นใบเด่นชัด จากนั้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวเป็นมัน ปีหนึ่งมะปรางจะแตกใบอ่อน 1-3 ครั้ง ดอก ดอกมะปรางจะมีลักษณะเป็นช่อเกิดบริเวณปลายกิ่งแขนงที่อยู่ภายในทรงพุ่มและนอกทรงพุ่ม ช่อดอกยาว 8-15 เซนติเมตร ดอกย่อมมีขนาดเล็กประกอบด้วยดอกสมบูรณ์เพศ หรือดอกกระเทยและดอกตัวผู้ ดอกเมื่อบานจะมีสีเหลือง ในประเทศไทยดอกมะปรางจะบานช่วงเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม ผล มะปรางมีลักษณะทรงกลมรูปไข่ ปลายค่อนข้างเรียวแหลม มะปรางช่อหนึ่งจะมีผล 1-15 ผล รูปร่างและขนาดของผลมะปรางจะแตกต่างกันในแต่ละพันธุ์ ผลอ่อนมีสีเขียวอ่อนเมื่อแก่หรือสุกผลจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือเหลืองอมส้ม เปลือกผลนิ่ม เมล็ด มะปรางผลหนึ่งจะมี 1 เมล็ด ส่วนหุ้มเมล็ดจะเป็นเส้นใย เนื้อของเมล็ดมีสีชมพูอมม่วง มีรสขมและฝาดใน 1 เมล็ดสามารถเพาะกล้าเป็นต้นมะปรางได้ 1 ต้น สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การที่มะปรางจะเจริญเติบโตมีการแทงช่อดอกออกดอกติดผล และให้ผลมีคุณภาพดี ตรงกับความต้องการของตลาดนั้น นอกจากพันธุ์มะปรางแต่ละพันธุ์แล้ว สภาพแวดล้อมต่างๆ ตามธรรมชาติก็มีอิทธิพลอย่างมาก ถึงแม้ว่ามะปรางจะเป็นไม้ผลที่สามารถเจริญเติบโตได้ในแหล่งที่ภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างกว้างขวาง และมีการออกดอกติดผลได้ง่ายกว่ามะม่วงก็ตาม แต่ในการจะปลูกมะปรางเพื่อเป็นการค้าที่ใช้ต้นทุนต่ำและมีผลตอบแทนสูงนั้น ควรมีการพิจารณาเลือกแหล่งปลูกมะปรางที่มีสภาพแวดล้อมต่อไปนี้ด้วย

1. น้ำและความชื้นสัมพัทธ์มะปรางเป็นไม้ผลที่ขึ้นได้ดีทั้งในแหล่งที่มีฝนตกชุกและในที่มีปริมาณฝนตกน้อยถึงค่อนข้างแห้งแล้ง แต่แหล่งที่จะปลูกมะปรางเป็นการค้านั้นควรเป็นแหล่งที่มีฤดูฝนสลับฤดูแล้ง (หนาวและร้อน) ที่เด่นชัด เพราะช่วงแล้งดังกล่าวจะมีความสำคัญต่อการออกดอกของมะปราง ซึ่งช่วงดังกล่าวจะช่วยทำให้ต้นมะปรางมีการพักตัวชั่วคราวชะงักการเจริญเติบโตทางใบและกิ่งและช่วงดังกล่าว ถ้ามีอุณหภูมิต่ำจะช่วยให้มะปรางออกดอกติดผลได้ดียิ่งขึ้น แหล่งปลูกมะปรางที่อาศัยน้ำฝนนั้น ควรเป็นแหล่งที่มีปริมาณน้ำฝนกระจายตัวตกต้องตามฤดูกาล ส่วนแหล่งที่มีปริมาณฝนตกน้อย ควรเลือกพื้นที่ปลูกมะปรางเป็นการค้าที่ใกล้แหล่งน้ำหรือมีน้ำชลประทานเพียงพอ เพราะในระยะที่มะปรางแทงช่อดอกและติดผลนั้น (พฤศจิกายน - มีนาคม) จะเป็นช่วงที่มีปริมาณฝนตกน้อยมาก ซึ่งช่วงดังกล่าวมะปรางต้องการน้ำเพื่อการเจริญเติบโตของผล และถ้ามะปรางขาดน้ำจะมีผลทำให้ผลมะปรางมีขนาดเล็ก ผลร่วงและให้ผลผลิตต่ำกว่าปกติได้

2. อุณหภูมิ เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อการแทงช่อดอก การติดผล และระยะเวลาการสุกของผลมะปราง กล่าวคือ ถ้าอุณหภูมิต่ำและมีช่วงระยะเวลาของอุณหภูมิต่ำนานพอสมควร จะทำให้มะปรางออกดอกและติดผลได้ดีขึ้น และหลังจากมะปรางติดผลแล้วถ้าแหล่งปลูกมะปรางมีอุณหภูมิสูงขึ้นเร็ว จะมีผลให้มะปรางแก่หรือสุกเร็วกว่าในแหล่งที่มีอุณหภูมิต่ำ แหล่งปลูกมะปรางที่ให้ได้ผลดีนั้น ควรมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีอยู่ในช่วง 20 -30 องศาเซลเซียส

3. แสง แสงจากดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังานที่สำคัญที่พืชนำมาใช้ในการสังเคราะห์แสงหรือการสร้างอาหาร โดยทั่วไปแล้วพืชจะเจริญงอกงามได้เมื่อได้รับแสงและจะชะงักการเจริญเติบโตถ้าพืชเหล่านั้นขาดแสง สำหรับมะปรางนั้น มะปรางเป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตได้ทั้งในที่มีแสงแดดรำไร (แสงแดด 50%) จนถึงแสงแดดกลางแจ้งโดยตรง (แสงแดด 100%) จากลักษณะดังกล่าวนี้ มะปรางจึงเป็นไม้ผลอีกชนิดหนึ่งที่สามารถปลูกควบคู่กับไม้ยืนต้นชนิดอื่นๆ ที่มีระบบรากแตกต่างจากมะปรางได้ เช่น กล้วย หมาก และมะพร้าว เป็นต้น

4. ความสูงและเส้นละติจูด มะปรางเป็นไม้ผลที่สามารถเจริญเติบโตได้ในความสูงตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึงความสูงประมาณ 1,000 เมตร แต่ความสูงที่เหมาะสมสำหรับการปลูกมะปรางเป็นการค้า ไม่ควรเกิน 600 เมตร ซึ่งถ้าพื้นที่สูงเกินไปมะปรางจะไม่ค่อยติดผลหรือให้ผลผลิตต่ำ นอกจากนี้ความสูงของพื้นที่มีอิทธิพลต่อระยะเวลาการออกดอกของมะปรางด้วย กล่าวคือ ทุกๆ 130 เมตร มะปรางจะออกดอกล่าช้าไป 4 วัน ในด้านเส้นละติจูดหรือเส้นรุ้ง มะปรางที่ปลูกห่างจากเส้นศูนย์สูตรในแต่ละองศาละติจูดเหนือ หรือองศาละติจูดใต้ จะออกดอกล่าช้าไปประมาณ 4 วัน เว้นแต่เขตที่มีอุณหภูมิหรือภูมิอากาศเฉพาะ

5. ดิน มะปรางเป็นไม้ผลที่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพดินปลูกหลายชนิดทั้งดินเหนียว ดินร่วน ดินร่วนปนทราย แต่ถ้าจะให้ผลดีที่สุดควรเป็นดินร่วนที่อุดมสมบูรณ์มีหน้าดินลึก เพื่อให้รากมะปรางหาอาหารได้เต็มที่และควรมีความเป็นกรดและเป็นด่างของดินอยู่ระหว่าง 5.5 - 7.5 ในแหล่งที่มีดินเหนียวจัด ควรมีการใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรองก้นหลุมก่อนปลูกและใส่หลังจากปลูกเป็นระยะเพื่อให้โครงสร้างของดินเหมาะสมในการเจริญเติบโต ของมะปรางด้วย

ที่มา: http://www.nakhonnayok.go.th/data/mapang.html